วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

แนะนำวิชาบล็อกเชนสำหรับคนที่ไม่ใช่นักพัฒนาบน Coursera

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิชาเรียนออนไลน์บน coursera.org ในวิชาที่เกี่ยวกับบล็อกเชน (blockchain) แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมนะครับ แต่จะเป็นเนื้อหาบล็อกเชนที่ให้คนทั่ว ๆ ไป เข้าใจ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคธุรกิจที่อาจเคยได้ยินคำว่าบล็อกเชนมา แต่ไม่รู้ว่ามันจะมาใช้ในทางธุรกิจยังไงบ้าง หรือคนที่อาจจะรู้จักแต่บิตคอยน์ (bitcoin) และอาจเข้าใจว่าบล็อกเชนกับบิตคอยน์เป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าได้เรียนวิชาพวกนี้ก็จะเข้าใจบล็อกเชนมากขึ้น ถึงหลายคนที่ตอนนี้อาจรู้อยู่แล้ว หรืออาจบอกว่าหาอ่านเอาบนอินเทอร์เน็ต ดูบน YouTube ก็ได้ แต่ถ้าได้เรียนฟรี ๆ และอาจมีประกาศนียบัตรติดตัวด้วย อันนี้ก็น่าสนใจใช่ไหมครับ 

Coursera | Build Skills with Online Courses from Top Institutions
Coursera Logo

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Coursera คืออะไร ก็ขอสรุปง่าย ๆ ว่า Coursera เป็นแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์รายใหญ่ของโลก มีวิชาที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และบริษัทชั้นนำอย่างเช่น Google มาเปิดให้เลือกเรียนมากมายครับ โดยในช่วง COVID-19 นี้ เขาเปิดโอกาสให้บุคคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ เรียนได้ฟรีและได้ประกาศนียบัตรด้วย โดยขยายขอบเขตให้สมัครเข้าเรียนได้ถึง 30 กันยายน 2563 นี้ครับ ตามปกติ  Coursera ก็มีวิชาให้เรียนฟรีอยู่แล้ว แต่จะไม่ได้ประกาศนียบัตร ถ้าอยากได้ประกาศนียบัตรต้องจ่ายเงิน แต่เขาก็ยังให้ทางเลือกนะครับคือถ้าเราสมัครเป็นครั้งแรกเขา จะให้ทดลองเรียนฟรี  7 วัน คือเราต้องให้ข้อมูลบัตรเครดิตเขาไปก่อน และเราสามารถยกเลิกได้ภายใน 7 วันนี้ นั่นหมายความว่าถ้าภายใน 7 วันนี้เราเรียนจบวิชาอะไรก็จะได้ประกาศนียบัตรด้วยครับ และจะเข้ามาดูเนื้อหาวิชาที่เราเคยลงเรียนไว้แล้วได้ตลอด     

กลับมาที่วิชาที่ผมจะแนะนำครับ ถึงแม้ตัวผมเองสอนวิชาบล็อกเชนให้กับนักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยเน้นไปที่การพัฒนาโปรแกรม และเบื้องหลังการทำงานของบล็อกเชน แต่วันนี้จะมาแนะนำวิชาที่เกี่ยวกับบล็อกเชนสำหรับคนที่ไม่ใช่นักพัฒนาโปรแกรม หรือจริง ๆ แล้วสำหรับคนที่เป็นนักพัฒนาก็น่าจะเรียนเช่นกันครับ เพราะจะได้เข้าในบล็อกเชนจากมุมมองของผู้ใช้งาน และตัวอย่างการใช้งานด้วย  

วิชาที่ผมจะนำมาแนะนำก็เป็นวิชาที่สอนโดยวิทยากรสองคน ที่เป็นคนเขียนหนังสือบล็อกเชนที่ขายดีระดับโลกคือ Don Tapscott และ Alex Tapscott หนังสือที่เขาเขียนก็คือ Blockchain Revolution ครับ 

[ภาพปกหนังสือ Blockchain Revolution. Credited: amazon.com]

หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นไทยด้วยนะครับ แต่รู้สึกจะเป็นเวอร์ชันที่ไม่ใช่เวอร์ชันอัพเดตนี้ ซึ่งผมก็ซื้อหนังสือเขาไว้นะครับ แต่เอามาดองไว้ยังไม่ได้อ่าน ก็เลยถือโอกาสไปฟังที่เขาสอนเลย และเขาก็อ้างถึงหนังสือของเขาเหมือนกัน บอกว่ารายละเอียดอยู่ในหนังสือบทนี้นะ สอนไปขายของไป :)

วิชาที่ผมจะแนะนำ เพราะเป็นวิชาที่ให้ความรู้ทั่ว ๆ ไป  มี 2 วิชาครับคือ Introduction to Blockchain for Financial Services กับ Cryptoassets, and Decentralized Finance

[Introduction to Blockchain for Financial Services course; Coursera]


มาเริ่มที่วิชาแรกคือ Introduction to Blockchain for Financial Services กันครับ วิชานี้แบ่งเป็น 5 โมดูล โดยเขาจะให้เรียนหนึ่งโมดูลต่อหนึ่งสัปดาห์ นั่นคือถ้าเราเรียนตามโปรแกรมเขาก็จะใช้เวลาเดือนเศษ ๆ ครับ โดย 5 โมดูลมีดังนี้ครับ

  • The Second Era of the Internet 
  • Blockchain Design Principles
  • Public and Private Ledger
  • The Blockchain Ecosystem
  • Blockchain Implementation Challenges
ในโมดูลแรก The Second Era of the Internet จะเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าบล็อกเชนกับอินเทอร์เน็ตที่เราใช้กันมีความสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างไร 

โมดูลที่ 2 Blockchain Design Principles ในโมดูลนี้อาจจะลงเทคนิคสักนิดหนึ่งครับ คือจะพูดถึงกลไกที่มีความสำคัญมาก ๆ ในบล็อกเชนก็คือเรื่องของกลไกที่ทำให้บล็อกเชนมีความน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องมีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้เรียนจะได้เข้าใจกลไกการเข้ารหัสลับเบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากในบล็อกเชน จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปบรรยายเรื่องบล็อกเชนให้คนทั่ว ๆ ไป ฟัง พบว่าเรื่องนี้เมื่ออธิบายให้ผู้ฟังฟังแล้วเขาเข้าใจบล็อกเชนมากขึ้น

โมดูลที่ 3 Public and Private Ledger ในโมดูลนี้จะพูดถึงประเภทของบล็อกเชน พวกเราอาจเคยได้ยินแต่บิตคอยน์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป็น public blockchain แต่จริง ๆ แล้ว มันยังมีประเภทอื่น ๆ ของบล็อกเชนอีก และในโมดูลนี้ยังได้พูดถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชนด้วยครับ

โมดูลที่ 4 The Blockchain Ecosystem จะพูดถึงประเภทของผู้ที่เกี่ยวข้อง และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในบล็อกเชน โดยเขาได้แบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 9 ฝ่ายครับ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของ user ส่วนตัวผมเองก็จะอยู่ในส่วนของภาคการศึกษา (education) ด้วย แต่มันจะมีฝ่ายอะไรอีกก็ลองไปดูกันครับ 

โมดูลที่ 5 Blockchain Implementation Challenges ในโมดูลนี้จะพูดถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดกับการพัฒนาการของบล็อกเชนครับ ซึ่งก็เหมือนกับเทคโนโลยีที่เพิ่งเปิดตัวแหละครับ ก็มักจะมีปัญหา และมีความไม่เข้าใจจากฝ่ายที่อยู่บนเทคโนโลยีเดิม ๆ อย่างที่พวกเราคงได้ข่าวกันว่ารัฐบาลหลาย ๆ ประเทศยังไม่รองรับการใช้เงินคริปโตเป็นต้น ในโมดูลนี้ก็จะแสดงให้เห็นถึงปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาครับ 

เอาจริง ๆ แล้ว เรียนแค่วิชานี้ ก็เข้าใจบล็อกเชนได้ในระดับหนึ่งแล้วครับ แต่ถ้าใครยังอยากรู้เรื่องแอปพลิเคชันของบล็อกเชน อย่างเช่นพวกเงินคริปโต อยากรู้จักว่า Smart Contracts มันคืออะไร หรืออาจเคยได้ยินคำว่า DApps แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็เรียนวิชานี้ต่อเลยครับ  Blockchain, Cryptoassets, and Decentralized Finance โดยวิชานี้แบ่งเป็นแค่ 4 โมดูล ดังนี้ครับ 

  • Cryptoassets
  • Smart Contracts
  • Identity
  • DApps and Distributed Business Models
[Blockchain, Cryptoassets, and Decentralized Finance; Coursera]



โมดูลแรก Cryptoassests บล็อกเชนนั้นถูกทำให้เป็นที่รู้จักจากแอปพลิเคชันของมันคือบิตคอยน์ (bitcoin) ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า สกุลเงินเข้ารหัส (Crypto Currency) และต่อมาเราอาจได้ยินคำว่า โทเค็น (Token) ซึ่งในโมดูลนี้จะแบ่างประเภทให้เราเห็นครับว่านอกจากสองตัวนี้แล้วมันยังมีอะไรอีก  

โมดูลที่ 2 พูดถึง Smart Contracts ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถใช้บล็อกเชนในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันด้านการโอนเงินกันอย่างเดียว ถ้าพูดในฐานะนักเขียนโปรแกรม Smart Conracts ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่อย่างที่บอกไว้นะครับว่าวิชาที่ผมแนะนำวันนี้ ไม่ใช่สำหรับนักพัฒนา ดังนั้น เขาก็จะไม่ได้สอนเราเขียน Smart Contracts แต่จะพูดให้เห็นประโยชน์ และการใช้งานในภาพรวม 

โมดูลที่ 3 Identity โมดูลนี้พูดถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ในการจัดการความเป็นตัวตนของเราครับ อย่างตอนนี้เวลาเราส่งบัตรประชาชนไปให้คนที่เราจะทำธุรกรรมด้วย เขาก็อาจเห็นข้อมูลของเราที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมครั้งนั้นเลย หรือเวลาเอาบัตรประชาชนเราไปรูดผ่านเครื่อง เราก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นข้อมูลอะไรบ้าง จะดีไหมถ้าต่อไปเราสามารถควบคุมความเป็นตัวตนของเราด้วยตัวเราเอง เราสามารถเปิดเผยเฉพาะข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกรรมครั้งนั้นเท่านั้น ในโมดูลนี้จะพูดถึงว่าบล็อกเชนทำให้เกิดขึ้นได้ครับ 

โมดูลที่ 4 DApps and Distributed Business Models จะพูดถึงแอปพลิเคชันที่ต่อไปเราจะใช้กัน ซึ่งเบื้องหลังการทำงานของแอปพลิเคชันเหลานี้ก็คือบล็อกเชนครับ โดยเขายกตัวอย่างใกล้ตัวที่เรารู้จักกันดีอย่าง Airbnb ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ทำงานบนบล็อกเชน ถ้าต่อไปเรามี bAirbnb ซึ่งทำงานบนบล็อกเชนจะมีข้อดีกว่ายังไง และก็ยังพูดถึงการใช้บล็อกเชนในเรื่องการป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน 

ในส่วนตัวถ้าเรียนสองวิชานี้จบ ผมเชื่อว่าน่าจะเข้าใจภาพรวมของบล็อกเชนในมุมมองของผู้ใช้ทั่วไปได้ค่อนข้างดีมากเลยครับ แต่ถ้าใครอยู่ในวงการการเงินและบัญชี ผมก็ขอเสริมแนะนำวิชานี้ Blockchain Transformation of Financial Services  อีกวิชาครับ 

[Blockchain Transformation of Financial Services; Coursera]

 ต่อไปผมจะมาแนะนำวิธีเรียนสำหรับคนที่อยากได้ประกาศนียบัตรในช่วงทดลองเรียน 7 วันกันครับ หลายคนอาจคิดว่าสองวิชารวมกันตั้ง 9 โมดูล แล้วจะเรียนทันยังไง ผมบอกเลยครับว่า แต่ละโมดูลเราสามารถเรียนให้ผ่านได้ภายในตอนเย็นหลังจากเราเลิกงานกลับบ้านแล้วนี่แหละครับ ในแต่ละโมดูล เขาจะมีวีด๊โอให้เราดู โดยแต่ละวีดีโอจะเป็นคลิปสั้น ๆ โดยแต่ละโมดูลก็จะมีวีดีโอรวมกันความยาวรวมประมาณ 50 นาที  และก็จะมีลิงก์ให้เราไปอ่านเพิ่มเติม ซึ่งผมแนะนำว่าในช่วงที่เราเรียนนี้เรายังไม่ต้องไปอ่านก็ได้ครับ เพราะคำถามที่เขาถามจะมาจากสิ่งที่อยู่ในวีดีโอ แต่ผมแนะนำนะครับว่าเมื่อเราเรียนจบได้ประกาศนียบัตรแล้ว ให้กลับมาอ่านครับจะมีประโยชน์มาก ไม่ต้องกังวลว่ายกเลิกการจ่ายเงินไปแล้ว วิชาที่เราลงทะเบียนไปจะหายไปครับ ดังนั้นไปเอาประกาศนียบัตรมาก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านเมื่อมีเวลาได้ตามสบายครับ

[ตัวอย่างประกาศนียบัตรจาก Coursera]


ถ้าอยากเรียนสบาย ๆ ผมแนะนำแบบนี้ครับ หาวันเสาร์อาทิตย์ที่กะอยู่บ้านสบาย ๆ เริ่มสมัครเรียนวันเสาร์ แล้วก็ใช้เวลาเสาร์อาทิตย์เรียนให้จบวิชาที่ 1 ไปเลยก็ได้ครับ จากนั้นจันทร์ถึงศุกร์ตอนเย็นกลับมาบ้านก็เรียนวิชาที่สองไปวันละโมดูล แค่นี้ก็เรียนจบได้สองวิชา ได้ประกาศนียบัตรมาฟรี ๆ แล้วครับ อ้ออย่าลืมไปยกเลิกการจ่ายเงินด้วยนะครับ ดีไม่ดีผมว่าบางคนอาจเรียนได้สามวิชาหรือมากกว่าด้วยครับ   

สำหรับคนที่เรียนสองวิชาที่วิทยากรสองคนนี้สอนแล้วรู้สึกอย่างเรียนเพิ่มกับสองคนนี้ เท่าที่ผมสำรวจดู
วิชาด้านบล็อกเชนที่สอนโดยสองคนนี้ มี 8 วิชาครับ โดยเขาจัดกลุ่มวิชาออกเป็นสิ่งที่ Coursera เรียกว่า Specialization โดย Specialization ที่เก่ากว่าชื่อว่า Blockchain Revolution เหมือนชื่อหนังสือของเขาเลยเลยครับ  โดย Specialization นี้จะมี  4 วิชาคือ  

  • Introduction to Blockchain Technologies  
  • Transacting on the Blockchain
  • Blockchain and Business: Applications and Implications 
  • Blockchain Opportunity Analysis  

Specialization ที่สองชื่อว่า  Blockchain Revolution in Financial  Services ครับ อันนี้จะใหม่กว่า มีการปรับปรุง และพูดถึงหนังสือเล่มใหม่ที่เขียนด้วย ใน Specialization นี้ก็มี 4 วิชาครับคือ 

  • Introduction to Blockchain for Financial Services
  • Blockchain, Cryptoassets, and Decentralized Finance
  • Blockchain Transformations of Financial Services 
  • Blockchain in Financial Services: Strategic Action Plan 

จะเห็นว่าวิชาที่ผมแนะนำอยู่ใน Speicialization ที่สองนี้นะครับ ถึงเขาจัดเป็น Specialization แบบนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเรียนให้ครบถึงจะได้ประกาศนียบัตรนะครับ เราเรียนจบหนึ่งวิชาเราก็ได้ประกาศนียบัตรหนึ่งวิชา แต่ถ้าเราเรียนครบทุกวิชาใน Specilaization เราจะได้ประกาศนียบัตร Specialization เพิ่มมาอีกอันหนึ่ง  

และจากที่ผมสำรวจมาอีกก็พบครับว่า วิชา Introduction to Blockchain Technologies กับ Introduction to Blockchain for Financial Services  นั้นเนื้อหาแทบจะเหมือนกันเลย และข้อสอบก็เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเรียน Introduction to Blockchain for Financial Services ผ่านแล้ว เราสามารถสมัครเรียนวิชา Introduction to Blockchain Technologies แล้วไปทำข้อสอบได้เลยครับ ไม่ต้องไปเสียเวลาดูวีดีโออีก เราก็จะได้ประกาศนียบัตรมาอีกใบหนึ่งเลยครับ ถ้าใครชอบล่าประกาศนียบัตรเท่ากับเรียนหนึ่งได้ถึงสอง และเช่นเดียวกันครับวิชา Transacting on the Blockchain กับวิชา Blockchain, Cryptoassets, and Decentralized Finance ก็แบบเดียวกันเลยครับ นั่นคือถ้าวางแผนกันดี ๆ นี่เราจะได้ประกาศนียบัตร 4 ใบเลยนะครับ เรียน 2 แถม 2 :) 

ส่วนวิชาที่เหลืออีก 3 วิชา ผมยังไม่ได้ลองเรียนดูนะครับ เหตุผลหลัก ๆ คือยังมีวิชาอื่นที่ผมสนใจมากกว่า และมันมีส่วนที่ผมไม่ชอบที่สุดใน Coursera คือข้อสอบที่เป็น Peer Review ครับ ข้อสอบแบบ Peer Review ก็คือ เราทำแล้วคนที่เรียนกับเราเป็นคนตรวจ โดยเราก็จะต้องไปตรวจคนอื่นด้วย 2-3 คน ดูตามแนวคิดมันก็ดีใช่ไหมครับ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเจอเมื่อผมไปตรวจคนอื่นคือ หลายคนไม่รู้เรื่องที่เรียนเลย บางคนตอบไม่ตรงคำถาม บางคนไป copy อะไรไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนด้วยซ้ำมาตอบ บางคนตอบ Good คำเดียว แล้วคนแบบนี้ต้องมารีวิวเรา บางคนตอบมั่ว ๆ มา เพื่ออะไรรู้ไหมครับ เพราะใน Coursera บอกว่าเราต้องตอบก่อน ถึงจะไปรีวิวคนอื่นได้ บางคนตอบมั่วเพื่อที่จะได้เห็นคำตอบคนอื่น แล้วก็ copy คำตอบคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ตอนผมตรวจให้คนอื่นนี่เห็นเลยครับว่าลอกต่อ ๆ กันมา ซึ่งผมว่าถ้า Coursera ยังใช้โมเดลนี้ต่อไป มันจะทำให้ประกาศนียบัตรลดความน่าเชื่อถือลงในวิชาที่เป็นแบบนี้ แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ Coursera เริ่มมีระบบเชิญคนที่เรียนผ่านไปแล้วและมีความรู้มาช่วยเป็น mentor แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอามาช่วยตรวจไหมนะครับ

เอาล่ะครับสำหรับวันนี้ ก็คิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจอยากรู้เรื่องบล็อกเชน และได้แถมประกาศนียบัตรพ่วงมาด้วย และคิดว่าคงได้รู้จัก Coursera กันมากขึ้นนะครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น